18 ตุลาคม 2550 เป็นวันที่สองของการจัดงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ กรุงเทพมหานคร เวลา 11.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 20 นาย ได้บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมหนังสือและพนักงานที่ขายหนังสือแปลโรมานซ์จำนวน 3 ร้าน ได้หนังสือไปประมาณ 8000 เล่ม ตำรวจได้นำผู้ต้องหา 4 คนฟ้องต่อศาลในข้อหามีสิ่งพิมพ์ลามกเพื่อจำหน่าย ศาลได้ตัดสินจำคุกผู้ขายเป็นเวลา 30 วัน โดยไม่มีการรอลงอาญา
ในวันนั้นสมาคมผู้พิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้จัดงานมหกรรมหนังสือ ได้สั่งให้ผู้ถูกจับกุมทั้งสามรายขนย้ายหนังสือทั้งหมดออกจากงาน ได้มีการอุธรณ์ ว่าหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือที่มีการขายอย่างเปิดเผยมานานกว่า 30 ปี และเป็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ เป็นการจับกุมแบบเหวี่ยงแห และเป็นการประจานผู้พิมพ์และผู้อ่าน อย่างไม่เป็นธรรม การอุธรณ์ไม่ได้ผล
หลังการจับกุมครั้งนั้น ทำให้ไม่มีใครกล้าขายหนังสือแปลโรมานซ์อีกต่อไป
เพราะตามตัวบทกฎหมาย ที่มีการแก้ไขใน ปีพ.ศ.2550 นั้น หนังสือนิยายโรมานซ์ ที่มีการจัดพิมพ์กัน ก็เข้าข่ายทำความผิดทั้งนั้น จึงเป็นเรื่องที่คนในวงการหนังสือจะต้องรับผิดชอบกันเอง จะไปหวังพึงสมาคมผู้พิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้ เพราะนอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังมีทีท่าว่าจะเหยียบบรรดาผู้โชคร้ายให้จมมิดดิน ไม่ได้ผุดได้เกิดเสียด้วยซ้ำ
ที่มันน่าเจ็บใจ ก็ตรงที่ มาทวงบุญทวงคุณว่า เตือนตั้ง 4 ครั้งแล้วยังไม่เชื่อ.....
สำหรับผลเสียหายที่เกิดขึ้น เมืองหนังสือซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องที่พนักงานขายคนหนึ่ง ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 เดือน มีผลทำให้พนักงานระดับหัวหน้าได้ลาออกจำนวน 8 คน
ด้วยความเป็นห่วงว่า สักวันหนึ่งก็อาจจะเป็นจำเลยแบบเดียวกันนี้ ซึ่งแต่เดิมนั้น การไปสถานีตำรวจ จะไปในลักษณะพยาน คดีเกี่ยวกับ หนังสือการเมืองต้องห้ามและลิขสิทธิ์
ซึ่งพนักงานทุกคนพร้อมที่จะไป เพราะได้เบี้ยเลี้ยงพิเศษครั้งละ ห้าพันบาท แต่ตอนนี้ทุกคนเกิดความกลัว ซึ่งกรรมการผู้จัดการ ก็รับปากว่าต่อไปนี้จะเป็นจำเลยเอง พนักงานไม่เกี่ยว
แต่พนักงานส่วนใหญ่ ก็เป็นห่วงจึงขอลาออก และไปหางานใหม่ดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกิดขึ้น คาดว่าจะมีการแก้ไขในไม่ช้า
mail ถึงเมืองหนังสือ